การแพร่ระบาดเชื้อเอชไอวี-วัณโรคในยูเครน

ในความสัมพันธ์กับยุโรป ยูเครนกำลังเผชิญกับความเลวร้ายที่สุดของการแพร่ระบาดของเชื้อเอชไอวี ยูเครนที่ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเผชิญกับแรงกดดันทางการทูตจากรัฐบาลรัสเซีย กำลังประสบปัญหาอย่างรุนแรงกับเชื้อเอชไอวีเช่นเดียวกับรัสเซีย ชาวยูเครนร้อยละของผู้ใหญ่ที่ติดเชื้อเอชไอวีเพิ่มขึ้นจาก0.96% ในปี 2007 เป็น1.3% ในปี 2010ทำให้พวกเขาเป็นหนึ่งประเทศที่มีอัตราสูงสุดของการเพิ่มขึ้นในยุโรปตะวันออก ในอีกด้านหนึ่งรัสเซียมีจำนวนประมาณ70%ของการติดเชื้อเอชไอวีทั้งหมดที่จดทะเบียนในภูมิภาคของยุโรปและเอเชียกลาง ด้วยการประมาณจำนวนของผู้ป่วยเอชไอวี 3 ล้านคนเชื่อว่าในสิบปีข้างหน้า50% ของประชากรรัสเซียอาจจะติดเชื้อเอชไอวีและตั้งแต่ที่ประเทศไม่มีโครงการทุนหลวงแลกเปลี่ยนเข็มและจำกัดการเข้าถึงเพื่อการปฏิบัติการต่อการหวนกลับสู่เชื้อเอชไอวีที่พวกเขากำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดอย่างรุนแรง

เชื้อเอชไอวีส่วนใหญ่เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ยาโดยฉีดเข้าเส้นแต่มันก็ไม่ใช่แค่เพียงประชากรกลุ่มนี้ผู้เดียวที่มีการแพร่ สำหรับการรักษาทดแทนยาเสพติดของกลุ่มผู้ใช้ยาโดยฉีดเข้าเส้นถูกใช้เพื่อช่วยในการทำลายภาวะการติดยาที่มีส่วนผสมของฝิ่นของพวกเขา ซึ่งยาได้เลียนแบบผลที่เหมือนเดิมของยากดประสาทที่มีฝิ่นเป็นส่วนผสม แต่อนุญาตให้บุคคลนั้นมีบทบาทมากขึ้นและสามารถควบคุมชีวิตประจำวันของพวกเขาได้ ในยูเครนการเข้าร่วมที่เข้มแข็งของตำรวจใกล้คลินิกลดอันตรายที่สามารถให้บริการการรักษาทดแทนยาเสพติด เช่น ยากล่อมประสาทเมธาโดน เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องการการสรุปการสำรวจของผู้ป่วยโดยการถามข้อมูลเกี่ยวกับประวัติอาชญากรรมของพวกเขา สถานะเอชไอวีและการใช้ยากล่อมประสาทเมธาโดน การรักษาทดแทนยาเสพติดสามารถถูกระงับได้ถ้าการสำรวจไม่ได้ถูกบันทึก สถานะของการบังคับใช้กฎหมายขับเคลื่อนผู้ใช้ยาเสพติดห่างจากคลินิกและชนวนต่อการแพร่ระบาดของเอชไอวี เชื้อเอชไอวีนอกจากนี้ยังคงถูกตีตราอย่างมากในยูเครนและการกรอกข้อมูลการสำรวจนี้ตราหน้าพวกเขาว่าเป็นผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่ติดเชื้อ ซึ่งบังคับให้พวกเขาเผชิญกับอคติที่เกี่ยวข้องกับการวินิจฉัย โจเซฟ เอมอน แห่งthe Human Rights Watch ระบุไว้ในจดหมายถึงนายกรัฐมนตรีของยูเครนว่า "เราได้พบว่าในยูเครนเช่นเดียวกับในประเทศอื่น ๆการปรากฏตัวของตำรวจที่หรือใกล้กับโครงการการลดอันตรายเป็นการขับเคลื่อนให้คนที่ใช้ยาตีตัวออกจากคลินิกเนื่องจากกลัวการจับกุมหรือการลงโทษอื่น ๆและยังคงเป็นการเพิ่มความเสี่ยงของเชื้อเอชไอวีและผลลัพธ์ทางสุขภาพเชิงลบอื่นๆอีกด้วย."  ถึงแม้ว่าจะมีบริการในยูเครนที่ไม่ได้มีอยู่ในรัสเซียที่ควรจะให้ความช่วยเหลือกับผู้ที่ใช้เข้มที่ติดเชื้อเอชไอวี โดยประมาณ2%ได้รับการรักษาจริง และจากการประมาณ45,000คนที่ต้องรับยาต้านไวรัสมีเพียง500คนได้รับการรักษาอย่างจริงจังซึ่งแตกต่างจากรัสเซีย ในเมืองบางส่วนในร้านขายยายูเครนมีการให้เข็มฉีด ยาถุงยางอนามัย และวัสดุการศึกษาแก่ผู้ที่ใช้ยาโดยฉีดเข้าเส้นเพื่อช่วยป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อเอชไอวีแต่1 ใน 3ของผู้ใช้ยาโดยฉีดเข้าเส้นยังคงใช้เข็มร่วมกันอยู่ดี

นอกจากนี้ประเด็นอื่นที่มาพร้อมกับรัฐบาลยูเครนและเชื้อเอชไอวียังคงเป็นประเด็นที่เกี่ยวกับการรักษาของผู้ป่วยวัณโรค(TB) วัณโรคเป็นโรคติดเชื้อที่มักจะมาพร้อมกับเชื้อเอชไอวีเนื่องจากมันทำให้ความอ่อนแอเพิ่มขึ้นและลดระบบภูมิคุ้มกันลง วัณโรคเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตในหมู่ผู้ติดเชื้อเอชไอวี การรักษาวัณโรคยังคงถูกจำกัดและไม่เพียงพอเป็นอย่างยิ่งทำให้การกระทบกันระหว่างเชื้อเอชไอวีและวัณโรคเลวลง สถานการณ์ถูกทำให้แย่ลงต่อไปด้วยจำนวนที่เพิ่มขึ้นของการดื้อยาวัณโรคในหลายๆกรณี ซึ่งประกอบด้วยการประมาณ10-15%ของวัณโรคทุกกรณี การดื้อยาวัณโรคสามารถแพร่กระจายโดยเฉพาะอย่างยิ่งเพราะการขาดแคลนยา การรักษาไม่เพียงพอ และความจริงที่ว่ามันเป็นเรื่องยากและมีราคาแพงในการรักษา โจเซฟ เอมอน พร้อมกับพลเมืองยูเครนอื่น ๆกำลังเรียกร้องสำหรับมาตรการเพิ่มเติมเพื่อตอบสนองต่อการดื้อยาในเชื้อวัณโรค การสนับสนุนเพิ่มเติมสำหรับองค์กรเอชไอวี และการกำจัดของการข่มขู่ที่ถูกใช้กับผู้ป่วยที่ประสงค์จะได้รับการรักษาทดแทนยาเสพติด