“เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถค้นตัวได้เพียงเพราะได้กลิ่นกัญชา” ผู้พิพากษาชาวแมริแลนด์กล่าวไว้

ภาพถ่ายของเจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองบัลติมอร์ถูกบันทึกโดย GoBlue85 ผ่าน Wikimedia Commons/Creative Commons

คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์กล่าวไว้ว่าตำรวจแมริแลนด์ไม่สามารถจับกุมตัวหรือค้นตัวผู้ต้องสงสัยโดยไม่มีหมายจับแล้วเพียงเพราะแค่กลิ่นของพืชกัญชา ผู้สนับสนุนการปฏิรูปนโยบายทางการปราบปรามยาเสพติดและความเป็นธรรมทางด้านสีผิดและเชื้อชาติต่างเห็นชอบด้วยคำพิพากษาดังกล่าว โดยมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของความเคลื่อนไหวเพื่อยุติสงครามทางยาเสพติดและเพื่อส่งเสริมชีวิตและอิสระของชาวผิวสี

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ศาลอุทธรณ์แห่งรัฐแมริแลนด์ออกความเห็นว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจของเมืองบัลติมอร์ขาดซึ่งเหตุผลการขอค้นตัวที่มีน้ำหนักมากเพียงพอหรือแม้กระทั่งหมายจับที่ควรมีในการค้นตัวราเชิร์ด ลูวิส ที่ตามข้อกล่าวหาระบุว่ามีกลิ่นติดตัวเหมือนพืชกัญชา

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเริ่มขึ้นเมื่อในระหว่างการสอบสวนนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจชื่อเดวิด เบิร์ช ตัดสินใจจับลูวิสใส่กุญแจมือหน้าร้านขายของเนื่องจากได้กลิ่นกัญชามาจากตัว หลังจากนั้นเดวิสดำเนินการค้นตัวลูวิสและค้นเจอพืชกัญชาในกระเป๋ากับปืนหนึ่งกระบอก หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว ลูวิสรู้สึกถึงความไม่เป็นธรรมดังกล่าวจึงติดต่อไปทางศาลระดับต่างๆในแมริแลนด์และบัลติมอร์เพื่อเรียกร้องหาความยุติธรรม

สิ่งที่ตามมาคือลูวิสได้รับความเป็นธรรมจากศาลโดยระบุว่าเหตุผลในการเข้าจับกุมตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สมบูรณ์และไม่มีน้ำหนักมากเพียงพอ มากไปกว่านั้นเขายังมีสิทธิ์ในการไม่ให้นำปืนพกส่วนตัวไปเป็นของกลางในชั้นศาลอีกด้วย การไม่สามารถเข้าจับกุมผู้ต้องสงสัยด้วยเพียงกลิ่นของกัญชาถูกผ่านกฎหมายเมื่อปี 2014 ที่รัฐแมริแลนด์ในเหตุการณ์ก่อนหน้าระหว่างปาเชโตกับทางภาครัฐที่เข้าค้นรถของเขาเนื่องจากได้กลิ่นกัญชาจากรถคันดังกล่าว

จากเหตุการณ์ใหญ่ครั้งนี้ ผู้สนับสนุนและผู้เชี่ยวชาญด้านด้านสุขภาพได้ออกเสียงผ่านแอพพลิเคชันทวิตเตอร์เพื่อเรียกร้องการก้าวหน้าข้ามประเด็นต่างๆที่มีเค้าโครงคล้านปัญหาดังกล่าวข้างต้น

“ประเด็นนี้ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่เลยทีเดียว” https://t.co/60fYGh5qb3

— ชีล่า วาคาเรีย PhD MSW (@MyHarmReduction) 28 กรกฎาคม, 2020

“นับว่าเป็นข่าวดีสำหรับคนไข้ชาวผิวสีทุกคนที่กำลังใช้พืชกัญชาในทางการแพทย์เลยทีเดียว” https://t.co/SdC1yjZDGU

— ดานีเอลล์ ดอยล์ MD (@PainGuruDC) 28 กรกฎาคม 2020

อีกหลายคนก็ได้พูดถึงข้อจำกัดที่เกิดจากประเด็นนี้เช่นกัน ซึ่งสามารถยกตัวอย่างได้ชัดเจนผ่านข้อเท็จจริงว่าการตัดเรื่องการได้กลิ่นกัญชานั้นถูกใช้ได้ในเหตุการณ์การขอค้นตัวเท่านั้น และไม่รวมถึงการค้นรถยนต์หรือพาหนะส่วนตัว “การจับกุมและขอค้นตัวคนๆหนึ่งโดยปราศจากหมายจับและเกิดขึ้นเพียงเพราะได้กลิ่นกัญชาจากตัวคนๆนั้นไม่มีเหตุผลและนับเป็นการละเมิดซึ่งความคาดหวังของหลักพื้นฐานของความเป็นส่วนตัวของบุคคลคนนั้นโดยสิ้นเชิง” ผู้พิพากษาคดีนี้ได้เขียนไว้ “แต่เหตุผลดังกล่าวข้างต้นนี้ไม่สามารถประยุกต์ใช้ได้ในเหตุการณ์ขอค้นพาหนะส่วนตัว”

จัสติน แบรรอน นักข่าวอิสระได้ระบุไว้ว่า เมื่อสังเกตุดูแล้วจะพบว่าการต่อสู้ครั้งนี้ยังอีกยาวไกล แต่อย่างไรก็ตามภาษาและคำพูดที่ผู้พิพากษาของคดีนี้ได้กล่าวไว้อย่างครุมเคลือนั้นถือเป็นการเปิดโอกาสให้จำเลยที่พบเจอเหตุการณ์คล้ายๆกันสามารถต่อสู้คดีได้บ้าง “ถึงแม้ผู้พิพากษาในคดีแบบนี้จะผลักให้ประเด็นยืดเยื้อ แต่จนกว่าจะขึ้นศาลครั้งต่อไป ทนายความที่ดีย่อมสามารถนำเหตุการณ์ดังกล่าวข้างต้นทั้งหมดไปปฏิเสธการค้นพาหนะส่วนตัวของผู้ต้องหาได้ถ้าหากการจับกุมเกิดขึ้นเพียงเพราะได้กลิ่นกัญชา” แบรรอนได้เขียนระบุไว้เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม

ดังนั้น เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่กระจ่างใส: กลิ่นของกัญชาไม่นับว่ามีความถูกต้องในทางการเมืองเมื่อจะขอค้นโดยไม่มีหมายจับ มันอาจเหมาะสมหากเป็นกรณีเมาแล้วขับหรือเป็นประเด็นอื่นๆ และในกรณีการขอค้นรถก็ยังต้องรอดูกันอีกที ดูเหมือนประเด็นการละเว้นการค้นรถถูกห้อยไว้ด้วยด้ายเส้นบางๆเพียงเท่านั้น...

— จัสติน แบรรอน (@jewstein3000) 28 กรกฎาคม 2020

ผู้ใช้ทวิตเตอร์ต่างแสดงความกังวลต่อประเด็นการจับกุมชาวผิวสีด้วยบนบรรทัดฐานของการเหยียดสัญชาติและสีผิวเนื่องจากเจ้าหน้าที่ใช้อำนาจในทางที่ผิดอยู่บ่อยครั้งโดยไม่สนว่าผิดกฎหมายหรือไม่ และมักเกิดขึ้นกับชาวผิวสีอยู่เสมอ การขอค้นตัวเบื้องต้นที่เจ้าหน้าที่ตำรวจของนิวยอร์คยืนกรานว่าจะคงไว้นั้นก็เคยถูกนำไปเป็นประเด็นในศาลเมื่อปี 2013 ว่าเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนบทบัญญัติ

“ตำรวจย่อมละเมิดกฎหมายเองอยู่ดี ดังนั้นประเด็นนี้ก็ไม่มีความหายอะไรอยู่ดีถ้าพูดตรงๆ”
https://t.co/X3zaqLG2QF

— (@Jayy_Green) 28 กรกฎาคม 2020

“โอเค แล้วประเด็นนี้มันช่วยชาวผิวสีอย่างไรได้บ้าง...” https://t.co/BDLMRfUwue

— ??? หรือ บิลล์ (@moshpitemotions) 28 กรกฎาคม 2020

 

* บทความนี้ได้ถูกตีพิมพ์โดย Filter สื่อออนไลน์ที่เผยแพร่ข่าวการใช้ยาเสพติด นโยบายด้านยาเสพติด และสิทธิมนุษยชนในประเด็นต่างๆโดยถูดแสดงผ่านมุมมองที่ลดความรุนแรงลง สามารถติดตาม Filter ได้ผ่าน Facebook หรือ Twitter และสมัครเพื่อรับข่าวสารผ่านจดหมายข่าวของเว็บไซต์ได้อีกเช่นกัน